ปิโตรเคมี 3 ขั้น

กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมี

กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมี (กดที่ภาพเพื่อขยาย)

อะไร? คือความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยี ที่แปรสภาพปิโตรเลียมเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

โรงกลั่นปิโตรเคมี

โรงกลั่นปิโตรเคมี

อุตสาหกรรมปิโตรเคมี 3 ขั้นตอนอันได้แก่

ปิโตรเคมีขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย ที่ทำให้ได้มา ซึ่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เพิ่มประโยชน์และมูลค่าให้สูงขึ้นๆในแต่ละขั้น

เม็ดพลาสติก

เม็ดพลาสติก

 

อุตสาหกรรมปิโตรเคมี 3 แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนได้แก่

1. ปิโตรเคมีขั้นต้น

เป็นการนำผลิตภัณฑ์จากก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ ก๊าซอีเทน ก๊าซโพรเพน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(liquefird petroleum gas หรือ LPG มีลักษณะเป็นก๊าซ) ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (matural gasoline หรือ NGL มีลักษณะเป็นของเหลว) และคอนเดนเสทZcondensate) หรือผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน ได้แก่ แนฟทา (naphtha) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มาแปรสภาพให้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งตามโครงสร้างทางเคมี แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ โอเลฟินส์ และอะโรเมติกส์ ก่อนส่งต่อให้ปิโตรเคมีขั้นกลาง

2. ปิโตรเคมีขั้นกลาง

เป็นการนำผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้นมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขั้นกลาง ผลิจภัณฑ์ขั้นกลางนี้ยังไม่สามารถนำไปใข้งานได้โดยตรง ต้องส่งไปเป็นวัตถุดิบของปิโตรเคมีขั้นปลายต่อไป

กระบวนการวิจัยองค์ประกอบ

กระบวนการวิจัยองค์ประกอบ

3.ปิโตรเคมีขั้นปลาย

เป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นหรือขั้นกลาง ไปผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ปืโตรเคมขั้นปลาย เช่น เมล็ดพลาสติก วัสดุสังเคราะห์ชนิดต่างๆ อาธิ เส้นใบสังเคราะห์ ยางสังเคราะห์ เคมีภัณฑ์ หรือตัวทำละลายซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการผลิตสิ่งของเครื่องใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ

เช่น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น!

 

เพื่อสร้างความเข้าใจให้เห็นภาพกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 3 ชั้นได้อย่างชัดเจน อาจเปรียบเทียบได้กับการผลิตเสื้อผ้าและอาหาร ดังต่อไปนี้

ภาพเปรียบเทียบอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกับการผลิตเสื้อผ้าและอาหาร

ภาพเปรียบเทียบอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกับการผลิตเสื้อผ้าและอาหาร

เมื่อเปรียบเทียบกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกับกระบวนการผลิตเสื้อผ้าอาหาร จะเห็นได้ถึงบทสรุปในแนวคิดพื้นฐานของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคือ

1. ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมขั้นต้นจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมขั้นต่อไป โดยมูลค่าของผลิตภัณฑ์จากขั้นต้นจนถึงขั้นปลายจะสูงไปเป็นลำดับ

2. ลักษณะการผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สามารถเกิดได้ 2 ลักษณะ นั่นคือ 1. กระบวนการผลิตที่เกิดขึ้นครบ 3 ขั้นตอนเหมือนการผลิตเสื้อผ้า และ 2. การผลิตที่เกิดขึ้นเพียง 2 ขั้นตอนคือจากผลิตภัณฑ์ขั้นต้น ก็สามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นปลายได้เลย โดยไม่ต้องผ่านขั้นกลางเหมือนการผลิตเม็ดสาคู

เชื่อหรือไม่ ใต้พื้นดินหรือใต้ท้องทะเล มีของเหล่านี้อยู่!

น้ำมันปิโตรเลียม

น้ำมัน

น้ำมัน

ปิโตรเคมี…ผลผลิตจากมันสมองอัญชาญฉลาดของมนุษย์ โดยการแปรสภาพปืโตรเลียมที่สะสมอยู่ใต้พื้นโลกซึ่งสามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์มากมายให้เกิดประโยชน์มหาศาล

ปิโตรเคมี….ผลิตผลจากปิโตรเลียม

กระบวนการผลิตปิโตรเคมี 4 ขั้น

กระบวนการผลิตปิโตรเคมี 3 ขั้น

เราพอจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า ใต้พื้นโลกของเรานั้นมีปิโตรเลียม หรือที่เรารู้จักกันในรูปแบบของน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ เราขุดเจาะและนำปิโตรเลี่ยม ขึ้นมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาค อุตสากรรม การขนส่ง และชีวิตประจำวัน

ส่วนปิโตรเคมีนั้นได้จากการนำปิโตรเลียม(น้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ) มาแปรสภาพโดยผ่านกระบวนการต่างๆ ของโรงกลั่นน้ำมัน หรือแยกก๊าซธรรมชาติโดยการใช้ความร้อน ความดันหรือการทำปฏิกิริยาสารเคมี เพื่อให้เกิดสารตัวใหม่ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม

ปิโตรเคมี  ทำให้ได้ผลืตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น ขั้นกลางและปลายตามลำดับ จากนั้นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นปลาย อาทิ เม็ดพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ ยาสงสังเคราะห์ หรือเคมีภัณฑ์ต่างๆจะถูกนำไปดึงเป็นเส้นใยหรือขึ้นรูปเป็นสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของเราอย่างมากมาย

กำเนิดปิโตรเลียม

เมื่อรู้แล้วว่า ปิโตรเคมีเกิดจากกระบวนการแปรสภาพปิโตรเลียม ดังนั้น ตอนนี้เรามาทำความรู้จักปิโตรเลียมกันให้มากขึ้นอีกสักนิดดีกว่า  หากย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่า 500 ล้านปีก่อน บนโลกของเรามีพืชและสัตว์กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ตายลง ก็เน่าเปื่อยทับถมกันเป็น เวลาหลายร้อยล้านปีภายใต้ความร้อยและแรงกดดัน ก่อนสลายตัวเป็นอินทรีย์สารตามธรรมชาติแล้วแปรสภาพเป็นน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่เรียกรวมกันว่า “ปิโตรเลียม”

ปิโตรเลียมอยู่ในสภานะทั้งของแข็ง และเหลว และก๊าซเมื่อถูกกดทับมากๆจะไหลแล้วไปสะสมตัวอยู่ในชั้ยหินกักเก็บหรือหินอุ้มปิโตรเลีนม ซึ่งขั้นหินนี้มีได้ 2 ลักษณะคือ

 

1. เป็นชั้นหินที่มีรูพรุน เป็นที่กักเก็บของเหลวหรือก๊าซ ซึ่งหากน้ำมันดืบหรือก๊าซธรรมชาติ เกิดรวมกัน ส่วนที่เป็นก๊าซซึ่งมี น้ำหนักเบาก็จะลอยตัวสะสมอยู่ส่วนบน ส่วนน้ำหนักกว่าก๊าซน้ำมันดิบ จะแยกตัวอยู่ส่วนล่างสุด

ฃั้นหินแต่ละชั้นก่อนจะพบน้ำมันดิบ

ฃั้นหินแต่ละชั้นก่อนจะพบน้ำมันดิบ

2.เป็นชั้นหินที่มีความสามารถในการไหลซึมได้ หรือลักษณะคล้ายน้ำที่ซึมอยู่ในรูพรุนของฟองน้ำ เช่น  ชั้นหินทราย และชั้นหินปูน

ปิโตรเลียมในหินอุ้มนี้ หากไม่มีสิ่งใดกีดขวาง ก็จะพยายามซึมเล็ดลอดขึ้นสู่พื้นผิว และระเหยหายไปในที่สุด ดังนั้นปิโตรเลียมจะเกิดได้ต่อเมื่อมีหินปิดกั้นปิโตรเลียม (cap rocks) มาปิดกั้นไวเเป็นแหล่งกักเก็บ ปืโตรเลียมจึงถูกกักเก็บสะสมตัวอยู่ใต้ผิวโลก เพื่อรอวันให้เราได้นำมาใช้ประโยชน์ต่อไป

ปิโตรเคมี เพื่อนชีวิต ตั้งแต่เช้าจนนอน

เมื่อพูดถึงปิโตรเคมีคนส่วนใหญ่อาจทำหน้างงๆ  เพราะไม่รู้ว่าปิโตรเคมี คืออะไร ฟังดูแล้วช่างห่างไกลตัวเองเหลือเกิน แต่หากบอกว่า พลาสติกและวัสดุสังเคราะห์ต่างๆที่อยู่รายรอบตัวเราก็คือ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว เพื่อทำหน้าที่แทนวัสดุธรรมชาติ ซึ่งนับวันมีแต่จะหายากขึ้น เราจึงได้เห็น

ถ้วยชาม ช้อนซ้อมแก้วน้ำพลาสติก เข้ามาแทนภาชนะไม้

แก้วพลาสติก

แก้วพลาสติก

ท่อพีวีซี  เข้ามาแทนที่ท่อโลหะ ถุงพลาสติก ถุงร้อนถุงเย็นใส่อาหารเข้ามาแทนที่  กระทงใบตอง หม้อดิน ปิ่นโตสังกะสี

ถุงมือยาง

ถุงมือยาง

เส้นใยไนลอน เส้นใบโพลีเอสเตอร์ เข้ามาแทนที่ ฝ้าย ไหม

หรือแม้กระทั่งวัสดุก่อสร้าง จากที่เคยใช้ไม้หรือคอนกรีต ก็มีการนำพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์ เข้าไปเป็นส่วนประกอบมากขึ้น เพราะไม่เพียงทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมี คุณภาพดีขึ้น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวและราคาถูกลงอีกด้วย

เมื่อลองสังเกตให้ดีจะพบว่าทุกวันนี้เราทุกคนต้องใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะแปรงสีฟัน ขันน้ำ ขวดแชมพู แว่นตา จาน ชามช้อนซ้อม เก้าอี้ ถุงพลาสติก รองเท้า ท่อน้ำ เครื่องสำอาง แห อวน รวมถึงชิ้นส่วนรถยนต์  ยางรถยนต์ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า  วัสดุก่อสร้าง ยารักษาโรคต่างๆ หรือแม้แต่อวัยวะเทียมของมนุษย์เรา เนื่องจากคุณสมบัติของพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักเบา ทนทาน ยืดหยุ่น ขึ้นรูปทรงต่างๆได้ง่าย มีคุณสมบัติหลากหลายตามลักษณะการใช้งาน และยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกโดยการรีไซเคิล

จานพลาสติก

จานพลาสติก

ถึงตอนนี้…….ทุกคนคงจะรู้จักแล้วว่า ปิโตรเคมีอยู่รอบตัวเรา ทุกหนทุกแห่ง ฉะนั้นคงไม่เกินความจริงนัก ถ้าเราจะพูดว่า “ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี” จริงๆแล้วก็คือ เพื่อนชีวิตของเราตั้งแต่เช้าจนเข้านอน

วิธีเลือกใช้จาระบี

จาระบีอุตสาหกรรม

จาระบีอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือกใช้งานจาระบีนั้นมีอยู่ 5 ประการด้วยกันดังนี้

1.สภาวะน้ำหนัก ความหนืดของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานในจาระบีนั้นส่งผลต่อความสามารถในการรับน้ำหนักของจาระบี ดังนั้นการใช้งานภายใต้สภาวะที่มีน้ำหนักมากจำเป็นจะต้องเลือกจาระบีที่ประกอบด้วย น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่มีความหนืดสูง แต่บางกรณีที่ทำงานภายใต้สภาวะที่มีน้ำหนักสูงมากก็จำเป็นต้องใช้จาระบีที่มีสารเพิ่มคุณภาพชนิดทที่สามารถป้องกันการสึกหรอหรือรับแรงกดสูงได้

2.อุณหภูมิการทำงาน
จาระบีแต่ละประเภทนั้นประกอบไปด้วยส่วนผสมที่แตกต่างกันซึ่งส่งผลให้ทนอุณหภูมิได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกใช้คุณสมบัติในการทนความร้อนของจาระบีให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องจักร เนื่องจากหากเลือกใช้จาระบีไม่ถูกประเภทจะทำให้จาระบีเกิดการเยิ้มเหลวและทะลักออกมาจากจุดที่ทำการหล่อลื่น

3.วิธีการอัด
สำหรับระบบอัตโนมัติแบบศูนย์กลางจ่าย (Centralised Lubrication) ซึ่งจะใช้ปั๊มอัดส่ง
จาระบีผ่านท่อไปยังจุดหล่อลื่นต่างๆ วิธีการอัดแบบนี้ควรใช้จาระบีที่ค่อนข้างอ่อนและมีความแข็งไม่เกิน NLGI เบอร์ 2 ส่วนวิธีการอัดจาระบีด้วยกระบอกอัดหรือปืนอัดก็ไม่ควรใช้จาระบีที่แข็งเกิน NLGI เบอร์ 3 แต่ถ้าหากเป็นการใช้มือป้าย ความอ่อนแข็งของจาระบีก็ไม่มีความสำคัญนัก

4.ความเร็วรอบ ความเร็วรอบของแบริ่งนั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความหนืดของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานหรือความแข็งอ่อนของเนื้อจาระบี แบริ่งที่มีความเร็วรอบสูงจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้จาระบีที่มีความหนืดต่ำ ในขณะที่แบริ่งที่มีความเร็วรอบต่ำจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้จาระบีที่มีความหนืดสูงขึ้น โดยทั่วไปนั้นจาระบีเอนกประสงค์สำหรับยานยนต์และจาระบีอุตสาหกรรม จะมีความแข็งอ่อนที่อยู่ในระดับเบอร์ 2 และ 3

5.การทนน้ำ จาระบีแต่ละประเภทจะมีสารอุ้มน้ำมันที่แตกต่างกันไปทำให้ความสามารถด้านการทนต่อน้ำแตกต่างกันไปด้วย การใช้งานในที่มีความชื้นสูงหรือต้องสัมผัสกับน้ำจำเป็นต้องเลือกใช้งานจาระบีที่มีคุณสมบัติทนน้ำได้ดี หากเลือกใช้งานจาระบีผิดประเภทจาระบีจะดูดความชื้นหรือน้ำ ทำให้เยิ้มหลุดออกจากจุดหล่อลื่นได้

หน้าแรก  จาระบีอุตสาหกรรม  น้ำมันอุตสาหกรรม  สเปรย์อุตสาหกรรม  น้ำยาเคมีอุตสาหกรรม  การชำระเงิน   การจัดส่ง   บทความ   เกี่ยวกับบริษัท  ติดต่อสอบถาม

กระทรวงอุตสาหกรรม  กระทรวงพลังงาน  การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย  กระทรวงสาธารณสุข  สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  ISO
Copyrights © -2018. Powered by Wordpress. Theme by Mafiashare.net  sitemap