ก๊าซมีพิษ 2

ตอนที่แล้วเรากล่าวถึงก๊าซมีพิษที่พบเห็นได้บ่อยและเป็นอันตรายต่อระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ หากได้รับก๊าซพิษเหล่านั้นเข้าไปแล้ว คราวนี้เราจะมาพูดถึงก๊าซพิษที่เหลืออีก ที่มีความอันตรายไม่แพ้กับ 4 ชนิดที่กล่าวไปแล้วเลยกล่าวคือจะทำให้ร่างกายมนุษย์นั้นเกิดการทำงานที่ผิดปกติต่างๆ ไปจนกระทั่งถึงตายได้ สำหรับก๊าซพิษที่เป็นอันตายต่อชีวิตของมนุษย์ที่เหลือนั้น มีดังต่อไปนี้ครับ

1. ก๊าซที่ใช้ในการสงคราม เป็นก๊าซพิษที่สามารถออกฤทธิ์กับระบบประสาท ทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติจากหลอดเลือดที่ตีบลง ชัก รวมไปถึงอาการล้มเหลวของระบบหัวใจ ซึ่งก๊าซพิษชนิดนี้ที่พบเห็นได้บ่อยคือ สารประกอบประเภท ออกาโนฟอสเฟต เช่น o-isopropyl methyl phosphorofluoridate (Sarin) และ o-1, 2, 2-trimethylpropyl methyl phosphorofluoridate (Soman) เป็นต้น สำหรับการแก้ขเบื้องต้น คือใช้น้ำจำนวนมากล้างที่ผิวหนังบริเวณที๋โดนก๊าซพิษประเภทนี้เข้าไป และให้ฉีดยาแก้พิษ เช่น อะโทรปีนซัลเฟต โดยฉีดครั้งแรกประมาณ 2-4 มิลลิกรัม เข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นโลหิต และฉีดอีก 2-4 มิลลิกรัม ทุกๆ 30-60 นาที จนกว่าคนไข้จะมีอาการดีขึ้น ในรายที่โดนเข้าไปหนักให้ใช้ ทู-แพม (2-Pam) ด้วย โดยฉีด 1 กรัมผสมน้ำเกลือ โดยกะให้ระยะเวลาเดินยาช้ามาก

2. ก๊าซแอมโมเนีย เป็นก๊าซอีกประเภทหนึ่ง ที่มีการรู้จักกันดีเนื่องจากเป็นก๊าซที่ใช้ในการแพทย์ ปกติมักนำมาใช้แก้ไขอาการวิงเวียนหรือหมดสติ โดยให้ผู้ป่วยดมในปริมาณที่เล็กน้อย แต่ถ้าได้รับเข้าไปมากกว่าปริมาณที่กำหนด จะทำให้จาม แสบคอ มีน้ำมูก และอาจถึงตายได้หากได้รับเข้าไปในปริมาณมาก ปัจจุบันยาแก้พิษของก๊าซแอมโมเนียนั้นยังไม่มียาที่สามารถแก้พิษได้เฉพาะ

3. ก๊าซคลอรีน เป็นอีกประเภทหนึ่งที่มีการนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกหนัง ฟอกสีวัสดุ นอกจากนั้นยังถูกนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา และถูกใช้ในการสงครามอีกด้วย เป็นพิษต่อร่างกายคือ จะทำให้ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ รวมไปถึงมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อได้อีกด้วย ปัจจุบันก็ยังไม่มียาที่ใช้แก้พิษโดยเฉพาะ

4. ก๊าซน้ำตา หรือก๊าซประเภท คลอโรอะซิโตฟีโนน ซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาท หากได้รับเข้าไปในร่างกายจะทำให้แสบตา และหากได้รับมากเกินกว่ามาตรฐานอาจทำให้เกิดอาการปอดบวม และถึงตายได้ในที่สุด

สำหรับก๊าซหลายประเภทนั้น หากนำมาใช้งานอย่างถูกวิธี มีแต่จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้าหากนำมาใช้งานผิดประเภท นอกจากจะเป็นผงเสียต่อร่างกายเราแล้ว ยังทำให้อากาศรอบๆ ตัวนั้นเกิดความเป็นพาได้อีกด้วยครับ ดังนั้นขณะที่ใช้งานก๊าซเหล่านี้ ควรระมัดระวังเป็นอย่างสูง