ปกติการที่เราจะมีสีผิวแบบไหนนั้น ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับเมลานีน หรือเม็ดของสีผิวที่ทำการควบคุมการสร้างเซลล์สีผิว เจ้าเซลล์ที่ว่านี้อยู่ภายใต้ผิวหนัง กระบวนการผลิตเม็ดสีนั้นเกิดจากเอนไซม์หลายชนิดครับ ไม่ว่าจะเป็น ไทโรซีเนส, กลูต้าไธโอน เป็นต้น ดังนั้นหากเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้สีผิวนั้นขาวขึ้น จึงส่งผลกระทบโดยตรงกับเม็ดสีที่ว่านี้โดยตรง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคลอรีน ที่เป็นสารเคมีราคาถูกที่ใช้ในการเกษตร การอุตสาหกรรม และการทำความสะอาด พูดง่ายๆ ก็คือ คลอรีนนั้นเป็นสารฟอกขาว รวมถึงเป็นสารทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคที่ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งด้วยความสามารถของสารชนิดนี้ ทำให้มีคนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า การใช้สารคลอรีนกับผิวหนังเป็นประจำทุกวันนั้น จะช่วยส่งผลให้ผิวที่คล้ำนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น หรือพูดง่ายๆ ก็คือผิวขาวมากขึ้นนั่นเอง ที่มีความเชื่อเช่นนี้ก็เนื่องจากว่า ในน้ำประปานั้นมีสารคลอรีนผสมลงไปเพื่อฆ่าเชื้อในปริมาณเล็กน้อยและการอาบน้ำประปาที่มีสารคลอรีนผสมอยู่จะรู้สึกว่าขาวขึ้น แต่ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าสารคลอรีนจะไปช่วยฆ่าเชื้อโรคและขัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว(ขี้ไคล) ได้ดีขึ้น จึงทำให้รู้สึกว่าผิวขาวขึ้นนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เซลล์ผิวนั้นขาวขึ้นได้จากเม็ดสีแต่อย่างใด
แต่ก็ใช่ว่าคลอรีนจะเป็นผลดีต่อผิวหนังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มีการวิจัยมาแล้วพบว่า สารคลอรีนนั้นหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปหรือบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวหนังแห้ง และมีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกายดังต่อไปนี้
- จะมีอาการคันระคายเคือง แสบผิวเมื่อได้รับสารคลอรีนตั้งแต่ 1-3 มิลลิกรัมขึ้นไป
- จะมีอาการแสบที่ลำคอ แสบระคายเคืองที่ดวงตาหากได้รับคลอรีน 5-15 มิลลิกรัมขึ้นไป
- อาเจียน คลื่นไส้ ไอ สำลัก ผิวหนังไหม้ เมื่อได้รับสารชนิดนี้ตั้งแต่ 15-30 มิลลิกรัม
- จะมีอาการปอดอักเสบ หรือเกิดอาการผิดปกติขึ้นกับปอด เมื่อได้รับสารคลอรีนตั้งแต่ 50 มิลลิกรัมขึ้นไป
- เมื่อสัมผัสหรือสูดดมสารคลอรีนตั้งแต่ 430 มิลลิกรัมขึ้นไป จะตายภายใน 30 นาที
- เมื่อสัมผัสหรือสูดดมกับสารคลอรีนตั้งแต่ 1000 มิลลิกรัมขึ้นไปจะตายภายใน 1 นาที
จะเห็นได้ว่า สารคลอรีนนั้น ไม่สมควรที่จะนำมาเป็นเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขายเลย เนื่องจากไม่ได้มีผลทำให้ผิวขาวขึ้นมาได้จริงๆ หนำซ้ำยังเป็นตัวการทำให้เกิดผลเสียหรือเกิดความผิดปกติขึ้นต่อร่างกายของคนเราได้อีกด้วย และหากใช้ไม่ถูกวิธีแน่นอนว่าอาจจะถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียวครับ