ความเร่งรีบและความสะดวกสบาย ทำให้กล่องโฟมกลายเป็นทางเลือกใหม่ของหลายๆคน กล่องโฟมทำจากพลาสติกชนิดหนึ่งที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก เช่น โพลีเอทิลีน โพลียูรีเทน แต่นิยมใช้มากที่สุดคือ โพลีสไตรีน อาจเป็นเพราะคุณสมบัติที่เบา ยืดหยุ่นตัว เก็บความร้อนความเย็นได้ดี ไม่ดูดน้ำมันและไม่ดูดน้ำ กล่องโฟมจึงกลายเป็นภาชนะบรรจุอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็ว

สารสไตรีน หรือสไตรีนโมโนเมอร์ สามารถแพร่กระจายตัวเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว หากมีการสลายตัวออกมาในอาหาร จะถูกเก็บสะสมในชั้นไขมันของร่างกาย ซึ่งกำจัดออกได้ยากมาก และด้วยกระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย สารชนิดนี้จะทวีความเป็นพิษสูงกลายเป็นสารก่อมะเร็งอีกชนิดหนึ่งด้วย นอกจากนั้นแล้วสไตรีนยังมีผลโดยตรงต่อระบบประสาทอีกด้วย
ปัจจัยที่ทำให้สารเคมีจากโฟมออกมาก็คือความร้อน ไขมัน และระยะเวลากับการสัมผัสอาหาร ยิ่งเป็นอาหารที่ร้อนมาก มันมาก และใส่ไว้นานมากก็มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น แม้ว่าโฟมจะผ่านกระบวนการที่ทำให้สามารถทนความร้อนได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะบรรจุอาหารได้ทุกอย่าง เพราะจริงๆแล้วโฟมทนความร้อนได้เพียง 70-85 องศาเซลเซียสเท่านั้น
ข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับการเลือกซื้ออาหารที่บรรจุด้วยกล่องโฟม
- หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารที่ปรุงร้อนทันที โดยเฉพาะอาหารทอดที่บรรจุกล่องโฟม
- ห้ามนำอาหารที่บรรจุในกล่องโฟมเข้าไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ เพราะเมื่อความร้อนเพิ่มสูงขึ้นสารเคมีในโฟมก็จะละลายและปนเปื้อนออกมาในอาหาร
- กล่องโฟมที่ผ่านการใช้งานแล้ว ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำอีก เพราะโฟมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูดซับเอาฝุ่นและสิ่งสกปรก รวมทั้งเกิดการขูดขีดเป็นรอยได้ง่าย ซึ่งเป็นช่องทางสะสมเชื้อโรค
- หากหลีกเลี่ยงการซื้ออาหารบรรจุกล่องโฟมไม่ได้ ให้ใช้แผ่นพลาสติกรองในกล่องเสมอ เพื่อป้องกันเศษสกปรกที่ตกค้างอยู่และป้องกันกับการสัมผัสกับอาหารโดยตรง
การดูแลตนเองเป็นสิ่งที่เราควรจะกระทำมากที่สุด
ที่มา นิตยสารชีวจิต ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน 2544
ขอขอบคุณ คุณจารุกมล ดาวกระจาย ส่วนการจัดหาและจำหน่าย ฝ่ายจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติ
จัดทำโดย ส่วนนโยบายคุณภาพความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายคุณภาพความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม โทร 2467